คนสตรอง เลิกพึ่งพาการอยู่ภายใต้ร่มเงาของคนอื่นตลอดเวลา

วิธีที่ทำให้กลายเป็น คนสตรอง เลิกพึ่งพาการอยู่ภายใต้ร่มเงาของคนอื่นตลอดเวลา จะไม่มีวันได้รับแสงกล้าที่ควรค่าแก่การเติบโต แก่อย่างมีคุณค่า การพึ่งพิงคนอื่นตลอดไปทำให้แข้งขาของเราไม่แข็งแรงการใช้จมูกคนอื่นหายใจ ทำให้หายใจเองไม่เป็น อยากจะเข้มแข็งให้เลิกการพึ่งพา เพราะไม่มีการยืนไหนที่งามสง่าเท่ากับยืนด้วยขาของตัวเอง รับผิดชอบชีวิตตัวเองมันง่ายที่จะโทษว่าใคร ๆ เป็นฝ่ายผิดมันธรรมดาที่จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของฉัน สร้างโชคดีให้ตัวเอง การโยนความผิดใคร ๆ เค้าก็ทำกัน

คนสตรอง ฉันจะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้

แต่ถ้าบอกว่า คนสตรอง ฉันจะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ คนจะเป็นคนที่แกร่งและเข้มแข้งมาก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะรับผิดได้ไว้คนเดียว เมื่อคนรับชอบผิดชีวิตของตนเองได้คุณจะไม่กลัวอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ ทำผิดได้ให้อภัยเป็นถ้าทำความผิดไปคนเข้มแข้งจะกล้าเอ่ยปากขอโทษอย่างจริงใจ ไม่รู้สึกต้องอับอายว่าการขอโทษใครนั้นเป็นความอ่อนแอ กำลังใจ แต่บางคนพอทำผิดก็ไม่ยอมขอโทษใคร นั่นแหล่ะครับกลาเป็นความอ่อนแอเพราะที่แน่ ๆ คือไม่มีการยอมรับผิด

ชีวิตต้องสตรอง

การที่คนเข้มแข้งกล้าที่ยอมให้อภัยใครได้ เพราะการแบกความแค้นตลอดไปเป็นความโง่เขาและความอ่อนแอ เพราะคนที่ร้อนรนและต้องทนแบกทุกข์หนักตลอดเวลา ก็คือคนที่ไม่กล้าให้อภัยคับ ร้องไห้เสียใจได้คนกล้าคือคนที่ทำสิ่งที่ควรทำทั้ง ๆ ที่ยังมีความกลัว คนเข้มแข้งไม่ใช่คนที่ไม่เคยร้องไห้หรือเสียใจให้กับสิ่งใด แต่คือคนที่ร้องไห้ให้กับสิ่งที่ควรค่าหลังจากนั้นก็ลุกขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วก้าวขาต่อไป  หรือ จะเข้าคำสุภาษิตที่เค้าว่าเอาไว้ตั้งแต่โบราณ คุณทำดีได้  ที่เป็นคำฮิตติดหูกันมาทุกวันนี้

อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ยิ่งด้วยสมัยนี้แล้วถ้าเรามัวแต่จะพึ่งแต่คนอื่น เราจะไม่มีวันที่ชีวิตก้าวไปข้างหน้าได้เลย เพราะต้องอาศัยชาวบ้านตลอดเวลา ลองเปิดใจและลองทำในสิ่งที่ตัวเองไม่กล้าทำ แล้วคุณจะพบหนทางสว่างที่นำพาไปยังหนทางสู่ความสำเร็จคับ

เทคนิความเข้มแข้ง

  • กล้าเผชิญกับปัญหา
  • กล้ายอมรับผิด
  • กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
  • กล้ารับฟังความคิดเห็น